“อ.เจษฎ์” ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความ ระบุ
[#FactCheck] เรื่องวัคซีน แอสตร้า อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดได้นั้น .. ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรครับ
![May be an image of text that says 'C-19 Vaccine -19VaccineAstraZene AstraZenecz 5 ml :vial (10 al(10x0.5m use aruse siar x x ml STrecombinant]) accine Vaccine 0.5 ml eo doses) 1423474 5ml 5azen 5 AstraZeneca Lot EXP ARVR130 e ombinant]) e 10x 10x0.5mldoses 10 x 0.5 ml doses'](https://scontent.fpnh5-3.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/786346530_122140619229352796_5467038470300369869_n.webp?stp=dst-jpg_tt6&cstp=mx1200x800&ctp=s1200x800&_nc_cat=101&_nc_map=urlgen_bucketless&ccb=1-7&_nc_sid=127cfc&_nc_eui2=AeHM99f2gdJpfBCVwkp4FNt7lFVNPPLDaH6UVU088sNofhODnemI7oQ5WvX5J0mTZNQ89hZdw_reRwozfb8pYEE8&_nc_ohc=tMJwI4GGHHAQ7kNvwGC8pI1&_nc_oc=AdpamMww8TOrHWbd86HXSEUoXaojyR54pG4cDQxzods_vltqawrVrVqIf3lDo1gSAPA&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fpnh5-3.fna&_nc_gid=heisjpAcHlKKnRAa4SdL9A&_nc_ss=7f2a8&oh=00_AQHILkOC3hp1KKuQ6-7bHIkrsy_twKsYbgy_LYGhiEpjtA&oe=6A92C1CD)
เรื่องนี้เขารู้จัก และประกาศกันมาตั้งแต่ปีที่ฉีดวัคซีนดีแล้วนะครับ
เพียงแต่โอกาสเกิดมันน้อยมากๆ (ไทยเราฉีดไป 48 ล้านโดส เจอผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงนี้แค่ 28 คนเอง)
และ ถ้าใครได้รับผลข้างเคียงต่างๆ จากวีคซีนเช่นนี้ มันก็เป็นตั้งแต่ตอนช่วงฉีดแล้ว ไม่ใช่ผ่านมาหลายปี ถึงจะเป็นครับ
“ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน” ซึ่งมีรายงานพบในผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 บางยี่ห้อที่ใช้ไวรัสเป็นตัวนำส่งโปรตีนหนาม เช่น AstraZeneca และ Johnson & Johnson
ภาวะดังกล่าวเรียกว่า Vaccine-Induced Immune Thrombotic Thrombocytopenia หรือภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับภาวะหลอดเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีน ซึ่งจากข้อมูลที่นำมาอธิบาย ระบุว่าพบในอัตราที่น้อยมาก ประมาณ 50-100 กรณี จากการฉีดวัคซีนประมาณ 50-60 ล้านโดส
อีกภาวะหนึ่งที่มีรายงาน คือ “กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ” หรือ myocarditis และ “เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ” หรือ pericarditis ซึ่งพบในผู้ได้รับวัคซีนกลุ่ม mRNA อย่าง Pfizer และ Moderna

อัตราการพบโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12 คนต่อ 1 ล้านคน โดยพบมากกว่าในกลุ่มคนอายุน้อย และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
ภาวะเหล่านี้มักเริ่มมีอาการหลังได้รับวัคซีนไม่นาน และผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายเองหรือรักษาให้หายได้ จึงไม่ควรนำปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนผ่านไปหลายปีมาเชื่อมโยงว่าเกิดจากวัคซีนโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับผลกระทบจากการติดเชื้อ ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้เช่นเดียวกัน และอาจรุนแรงกว่า รวมถึงทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล การฉีดวัคซีนจึงถือว่ามีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและป่วยรุนแรง
(ข่าว) แชร์กันว่อนโซเชียล! ฉีดวัคซีน “แอสตราเซเนก้า” ทำให้ลิ่มเลือดอุดตัน – เกล็ดเลือดต่ำ เป็นเรื่องจริง! เช็กข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ วัคซีนโควิด แอสตราเซเนก้า ทำให้ลิ่มเลือดอุดตัน เป็นเรื่องจริง โดยทาง บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ยื่นต่อศาลสูงแห่งสหราชอาณาจักร โดยยอมรับว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) ของบริษัท สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่พบได้ยาก คือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombosis with Thrombocytopenia Syndrome: TTS) หรือ ภาวะ VITT

กระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคของไทย เคยได้ออกมาชี้แจงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องและลดความตื่นตระหนกในประเด็นนี้แล้วโดยระบุว่า
ประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ทั้งหมด 48 ล้านโดส โดย 1 คน ฉีด 2 โดส ดังนั้นมีผู้รับวัคซีนประมาณ 20 ล้านคน ซึ่งเข็มสุดท้ายที่ฉีดคือเมื่อเดือนมี.ค.2566 ขณะที่ภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ จะเกิดขึ้นหลังการรับวัคซีน 5-42 วัน เท่านั้น หากภาวะลิ่มเลือดอุดตันเกิดขึ้นหลังจากนั้น ไม่น่าจะใช่อาการที่เกิดจากวัคซีน จึงขอให้ประชาชนที่ฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ อย่ากังวล ซึ่งภาวะดังกล่าวหลังการฉีดวัคซีนนั้นเกิดขึ้นได้ทั่วโลก ในส่วนของประเทศไทย ก็มีรายงานผู้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลังการรับวัคซีนแอสตร้าฯ 23 ราย
สำหรับผู้ที่เคยได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในอดีต ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเลือดหรือกังวลเรื่องลิ่มเลือดอุดตันจากวัคซีน เนื่องจากระยะเวลาความเสี่ยงได้ผ่านพ้นไปแล้วอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม หากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือดหรือการแข็งตัวของเลือด ควรเข้ารับการตรวจรักษาตามระบบปกติของโรคนั้นๆ