Posted in

ลูกสาวบุ๋ม ปนัดดา แฉแหลกพฤติกรรมพ่อเลี้ยง อ่านแล้วได้แต่ตกใจ

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า “น้องอันดามัน” ลูกสาวของ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่กำลังถูกพูดถึง โดยระบุว่าปัจจุบันไม่ได้เรียนแพทย์แล้ว แต่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ พร้อมชี้แจงความสัมพันธ์กับพ่อแท้ ๆ และเปิดเผยความคิดเห็นต่อประเด็นปัญหาภายในครอบครัว

น้องอันดามันระบุว่า ปัจจุบันตนไม่ได้เรียนแพทย์แล้ว แต่กำลังศึกษาอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ส่วนความสัมพันธ์กับพ่อแท้ ๆ ยังคงพูดคุยและติดต่อกันเป็นปกติ โดยในช่วงที่เกิดอุบัติเหตุรถชน พ่อก็เป็นห่วงตนมาก พร้อมยืนยันว่าพ่อกับแม่ไม่ได้เลิกรากันเพราะมีบ้านหลังที่สองอย่างที่บางคนแสดงความคิดเห็น และเตือนว่าหากพบคอมเมนต์ในลักษณะดังกล่าว ตนจะเก็บหลักฐานไว้

นอกจากนี้ น้องอันดามันยังกล่าวถึงบุคลิกของคุณแม่ว่า เป็นคนที่เมื่อรักใครแล้วก็จะรักมากและเชื่อใจอย่างเต็มที่ พร้อมแสดงความเห็นว่า บุคคลที่กล่าวถึงมีแนวคิดชายเป็นใหญ่และมีทัศนคติที่เข้าข่ายเกลียดชังผู้หญิง อีกทั้งยังระบุว่าคุณแม่เผชิญกับพฤติกรรม Gaslighting หรือการบิดเบือนความจริงจนทำให้อีกฝ่ายเกิดความสับสนและตั้งคำถามกับความคิดของตัวเอง ซึ่งส่งผลให้คุณแม่เปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากคบหากัน

ด้วยเหตุผลด้านทัศนคติและความคิดที่ไม่ตรงกัน ทำให้น้องอันดามันไม่ค่อยได้พูดคุยกับบุคคลดังกล่าว อีกทั้งยังแยกกันอยู่ โดยปัจจุบันไม่ได้อาศัยอยู่กับคุณแม่ด้วย

ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับลูกของพี่เลี้ยงอายุ 17-18 ปี น้องอันดามันเผยว่า เพิ่งทราบเรื่องดังกล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยข้อมูลที่ทราบคือ มีการพูดถึงเรื่องนี้ในลักษณะโอ้อวดกับบุคคลรอบข้าง และก่อนที่ตนจะทันได้ดำเนินการใด ๆ เด็กคนดังกล่าวก็ถูกส่งตัวกลับประเทศลาวไปแล้ว

น้องอันดามันยังฝากข้อความถึงบุคคลที่กล่าวถึง ให้หันมาใส่ใจดูแลลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันมีอายุเพียง 14 ปี โดยระบุว่า เด็กยังคงพยายามกดตัดบัตรของคุณแม่ แต่คุณแม่ได้ดำเนินการอายัดบัตรไปแล้ว พร้อมแสดงความไม่เห็นด้วยกับการมองว่าเด็กสามารถดูแลตัวเองได้เพียงลำพังเพราะโตแล้ว และไม่ควรผลักภาระให้มาอยู่กับแม่เลี้ยงหรือคุณแม่ของตน

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงเรื่องค่าเล่าเรียน โดยระบุว่าบุคคลดังกล่าวควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของเด็กต่อไป เพราะตนไม่ต้องการให้คุณแม่เป็นผู้จ่ายค่าเทอมให้อีก พร้อมย้ำว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กทุกคน และยังกล่าวถึงกรณีที่มีการให้ลูกชายเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 7 ขวบ โดยไม่ได้ผ่านการเตรียมอนุบาลมาก่อน

น้องอันดามันระบุด้วยว่า เรื่องราวดังกล่าวยังมีรายละเอียดอีกหลายประเด็น รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องและเหตุการณ์ต่าง ๆ อีกหลายกรณี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า มูลนิธิองค์กรทำดีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่าองค์กรดำเนินงานอย่างโปร่งใสและพร้อมให้ตรวจสอบได้เสมอ

ช่วงท้าย น้องอันดามันยังกล่าวถึงกรณีเงินจำนวนหลักล้านบาทที่ระบุว่าถูกนำออกจากตู้เซฟของตน โดยเรียกร้องให้นำเงินมาคืน พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสม หากต้องให้คนอายุ 20 ปีเป็นฝ่ายติดตามทวงเงินจากผู้ใหญ่ที่มีอายุเกือบ 60 ปี

นอกจากนี้ ยังทิ้งท้ายถึงประเด็นเงินทอนจากการปลูกบ้าน โดยระบุในเชิงประชดประชันว่า หากนำเงินส่วนดังกล่าวไป ก็อาจถือเป็นการชดเชยแทนกันได้

ทั้งนี้ ข้อความทั้งหมดเป็นคำชี้แจงและข้อกล่าวอ้างจากโพสต์ของน้องอันดามัน ซึ่งยังต้องรอข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *